ด้วยความที่อยากเรียนรูัโลก Fintech ให้กว้างขึ้น เลยลงเรียนคอร์ส Financial Technology (Fintech) Innovations Specialization ใน Coursera โดยใน Specialization track นี้ ประกอบด้วย 4 คอร์สย่อยคือ
- The Future of Payment Technologies
- Blockchain and Cryptocurrency Explained
- Raising Capital: Credit Tech, Coin Offerings, and Crowdfunding
- Innovations in Investment Technology: Artificial Intelligence
1st Course: The Future of Payment Technologies
โมดูลแรกพูดถึงวิวัฒนาการของวิธีการชำระเงิน อธิบายถึงการทำงานของระบบการชำระเงินแบบต่างๆ เริ่มจากตัวกลางทางการเงิน ระบบเช็คแบบดั้งเดิม และระบบหักบัญชีอัตโนมัติ (ACH) จากนั้นได้ยกตัวอย่างถึงสิ่งที่สามารถปรับปรุงให้ process มีความน่าเชื่อถือและมีประสิทธิภาพมากขึ้น นำไปสู่ e-wallet อย่าง PayPal อย่างไรก็ตาม เงินใน e-wallet จะไร้ประโยชน์หากไม่มีแรงจูงใจให้คนมาใช้ เช่น การได้รับดอกเบี้ย ดังนั้น การนำพันธมิตรทางการเงินเข้าสู่ e-wallet ecosystem จึงช่วยเสริมให้คนหันมาใช้ e-wallet มากขึ้น ซึ่งเป็นที่มาของ Ant Financial Group ที่ใส่ตัวเลือกให้ user หลายๆ อย่างเข้าไป

ในโมดูลที่สอง ผู้สอนได้กล่าวถึง ecosystem ของบัตรเครดิต ซึ่ง fund settlement จะโยงกับหลายฝ่ายมากขึ้นทั้งธนาคารของทางผู้ใช้บัตร (Consumer’s bank – Issuer) และธนาคารของร้านรับบัตร (Merchant’s bank – Acquirer)
ที่น่าสนใจคือการนำเสนอเรื่องความปลอดภัยของบัตรเครดิตได้ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการเข้ารหัส (encrypt) ตลอดการไหลของ transaction data
2nd course: Blockchain and Cryptocurrency Explained
เทคโนโลยี บล็อกเชน (Blockchain) เติบโตขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ไม่ใช่เพียง bitcoin เท่านั้น แต่ด้วยความหมายของตัวมันเอง คอร์สนี้จะเจาะลึกถึงกลไกเบื้องหลังบล็อกเชน โครงสร้างข้อมูล และประโยชน์ของบล็อกเชน

ต่อจากนั้นจะเข้าสู่คริปโตเคอร์เรนซีที่ได้รับความนิยมมากที่สุด นั่นคือ bitcoin ซึ่งเก็บร่องรอยธุรกรรมการชำระเงินที่ผ่านการตรวจสอบด้วยระบบ Proof-of-Work โดย node ที่เข้าร่วม (นักขุด) จะได้รับสิทธิ์ในการสร้างเหรียญ (coin creation rights) และค่าธรรมเนียมธุรกรรม อย่างไรก็ตาม กระบวนการนี้ต้องใช้ทรัพยากรการประมวลผลสูง

แทนที่จะลงทุนในฮาร์ดแวร์และพลังงาน จึงมีการนำเสนอการวัด ความมั่งคั่ง (wealth) ในระบบ ‘Proof-of-Stake‘ เป็นการวางสินทรัพย์ค้ำประกันหรือ Stake เหรียญไว้ในระบบ เพื่อแลกกับสิทธิ์ในการตรวจสอบและยืนยันธุรกรรม ซึ่งประหยัดพลังงานมากกว่า และนักขุดกลายเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยตรง แนวคิดนี้นำไปใช้กับ Ethereum อธิบายความหมายของ smart contract
ส่วนที่สามกล่าวถึงวิธีการดำเนินธุรกิจของบล็อกเชน, exchange, การจัดการ wallet และ key รวมถึงความเสี่ยงของสินทรัพย์ประเภทคริปโต
3rd course: Raising Capital – Credit Tech, Coin Offerings, and Crowdfunding
การระดมทุนไม่ได้มีแค่แบบออฟไลน์ แต่ปัจจุบัน Fintech สามารถเก็บข้อมูลส่วนบุคคลและใช้อัลกอริธึมพิจารณาอนุมัติสินเชื่อได้
โมดูลแรกอธิบายถึง credit tech ด้วยสมการทางการเงินที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอ้างอิงถึงความสูญเสียที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเมื่อผิดนัดชำระ (expected loss given default) และเทคนิคการลดผลกระทบจากการผิดนัด เช่น หลักประกันและการชำระเงินเป็นงวด ต่อมากล่าวถึงความสำคัญของ FICO® Score ก่อนที่จะเชื่อมโยงกับ regression analysis

จบคอร์สด้วย crowdfunding ในรูปแบบต่างๆ ได้แก่ reward-based, equity-based, and crypto-based (ICO).
4th course: Innovations in Investment Technology – Artificial Intelligence
ส่วนสุดท้ายพูดถึงการจัดสรรสินทรัพย์และการเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียระหว่างที่ปรึกษาทางการเงินแบบดั้งเดิม (FA) และที่ปรึกษาอัตโนมัติ (Robo advisor)
ในการจัดสรรสินทรัพย์ มีการพิจารณาผลตอบแทนที่คาดหวัง ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสหสัมพันธ์ (correlation) สำหรับการบริหารพอร์ตการลงทุนที่มีประสิทธิภาพ
จากนั้นจะยกตัวอย่างว่าปัจจัยด้านบนเกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานอย่างไร ซึ่งผู้จัดการกองทุนใช้ในการคัดกรองหุ้น เมื่อพิจารณาจากผลการดำเนินงานและค่าธรรมเนียม

ETF เองก็ถือว่าเป็น Fintech อย่างนึง โดยเลือกสัดส่วนหุ้นด้วย Value Weighting และมีค่าธรรมเนียมถูกเมื่อเทียบกับ active management fund
สุดท้าย ตัวอคอร์สได้อธิบายถึงการนำ Machine Learining เข้ามาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลหุ้น เพื่อกำหนดจุดซื้อขายสำหรับ Robo advisor
*>>> Summary notes for personal use only. For easy-digest academic reading <<<*
